MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

"กว๊านพะเยา เรื่องเล่าจากตำนาน"

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 - 08:48 น.
AA 1880

ก่อนที่จะเป็นกว๊านพะเยาในวันนี้ พื้นที่แห่งนี้เดิมมีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำอิง ที่ประกอบไปด้วย“บวก”อันเป็นพื้นที่น้ำขังขนาดเล็ก และ“หนอง”ที่เป็นพื้นที่น้ำขังขนาดใหญ่ โดยมี “หนองเอี้ยง” เป็นหนองน้ำที่สำคัญที่สุด หนองเอี้ยงได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของกว๊านพะเยา ซึ่งในนิทานกว๊านพะเยา ได้เล่าถึงชื่อของหนองเอี้ยงว่ามีที่มาจากสองเรื่องเล่าด้วยกัน


เรื่องแรก เล่าว่า คราวเมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกเอี้ยงสีทอง ได้นำบริวารออกหากินอยู่ในแถบถิ่นบริเวณนี้ ด้วยความที่เป็นนกพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรบารมี เมื่อมีโอกาสก็จะหลีกออกจากฝูงบินเดี่ยวเที่ยวไปมาผู้เดียว เพื่อแสวงหาความสงบ วันหนึ่งเมื่อพระโพธิสัตว์ดื่มและอาบน้ำจากหนองน้ำดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็บินขึ้นไปจับอยู่กิ่งไม้ใหญ่ต้นหนึ่งใกล้ที่อยู่ของตน เพื่อพักผ่อนอิริยาบท

ขณะนั้นได้มีเหยี่ยวใหญ่ตัวหนึ่ง บินโฉบมาข้างหลัง จิกตีนกเอี้ยงโพธิสัตว์นั้น พระโพธิสัตว์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวได้กำหนดจิตเจริญเมตตา ไม่ให้มีความอาฆาตแค้นในเหยี่ยวตัวนั้น พญานกเอี้ยงโพธิสัตว์จึงได้ตกมาตายบริเวณหนองน้ำนั้น ด้วยเหตุนี้เองกว๊านพะเยา จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "หนองเอี้ยง" แม้แต่วัดศรีโคมคำก็มีชื่ออีกประการหนึ่งว่า "วัดหนองเอี้ยง" มาจนถึงทุกวันนี้

เวลาล่วงเลยผ่านไปตราบนานเท่านาน ครั้นนกเอี้ยงโพธิสัตว์ ได้บำเพ็ญเพียรภาวนา แล้วได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงดำริที่จะให้พระศาสนาตั้งมั่นไว้ทั่วโลก จึงเสด็จไปในที่ต่าง ๆ ทั้งแคว้นใหญ่น้อยทั่วชมพูทวีปโดยมีพระมหาเถระชื่อว่าอานนท์และพระมหาเถรานุเถระรูปอื่น ๆ ติดตาม

เมื่อเสด็จมาบริเวณเมืองพะเยานี้ ได้ผ่านมาทางดอยจอมทอง ซึ่งนายช่างทองได้เห็นพุทธลักษณะของพระพุทธเจ้าก็เกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก จึงได้น้อมถวายภัตตาหารเช้า (จังหัน) แต่ไม่ได้ถวานน้ำแด่พระพุทธเจ้า

เมื่อฉันภัตตาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าจึงสั่งให้พระเถระชื่ออานนท์ให้ไปตักน้ำ ณ หนองน้ำใกล้ดอยจอมทอง เมื่อพระอานันทเถระเดินลงไปเพื่อตักน้ำ ปรากฏว่าพญานาคที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำไม่ยอมให้น้ำแก่พระมหาเถระ พร้อมกับได้แสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ จนน้ำนั้นขุ่นไม่สามารถนำไปถวายได้

พระมหาเถระจึงได้ขึ้นไปกราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ เมื่อเป็นเช่นนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงเสด็จลงมาจากดอยจอมทองมาที่หนองน้ำ พญานาคเห็นดังนั้นก็เนรมิตให้ร่างกายใหญ่โตขึ้น พระพุทธเจ้าก็ทรงเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่โตขึ้นเช่นกัน โดยมีพระวรกายขนาด ๓๒ ศอก (บางคนเล่าเลยไปถึงขนาดว่าทรงเยียบหัวพญานาคไว้ จนพญานาคดิ้นส่ายหางไปมา จนที่บริเวณนั้นกลายสภาพเป็นกว๊าน)

เมื่อพญานาคราช ถูกพระพุทธเจ้าทรงข่มด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ดังกล่าว ก็หมดพยศ ลดทิฐิ เกิดความละอายนิ่งสงบอยู่ แล้วจึงเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าในอนาคตจะสร้างรูปเหมือนพระพุทธเจ้าขนาด ๓๒ ศอกไว้บูชาเหนือหนองน้ำแห่งนี้

พระพุทธเจ้าเมื่อทำภาระกิจแล้ว ทรงใคร่ครวญว่า นายช่างทองถวายข้าวให้เรา แต่ไม่ถวายน้ำ พญานาคราชไม่ให้น้ำแก่เรา เป็นเพราะเหตุอะไรหนอ? เมื่อพระองค์นึกย้อนไปในอดีต มองปัจจุบัน และเล็งเห็นอนาคตแล้ว ทรงตรัสเรียกพระมหาเถระมาตรัสว่า อานนท์ สถานที่แห่งนี้เป็นสุสานแห่งตถาคตครั้งเมื่อเป็นพญานกเอี้ยงโพธิสัตว์ได้ถูกเหยี่ยวจิกตีตาย ณ บริเวณหนองน้ำแห่งนี้ ต่อมามีการสร้างพระเจ้าตนหลวงขนาด ๓๒ ศอก โดยมีชื่อเป็นทางการว่า "พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา" มาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องที่สอง เล่าว่า ครั้งหนึ่งพระร่วงกษัตริย์สุโขทัย ได้เสด็จมาเยี่ยมพระยางำเมืองกษัตริย์พะเยา แต่พระร่วงผู้เป็นสหายกลับลักลอบเป็นชู้กับนางเทวีพระมเหสีของพระยางำเมือง พระยางำเมืองเมื่อทราบเรื่องจึงให้ไพร่พลตามจับพระร่วง พระร่วงจึงแปลงเป็นนกเอี้ยงบินหนี แต่ต้องมนต์ของพระยางำเมือง ทำให้อ่อนแรงตกลงในหนองน้ำ หนองน้ำแห่งนี้จึงเรียกว่า “หนองเอี้ยง”

หนองเอี้ยงนอกจากจะเป็นเรื่องเล่าในนิทานกว๊านแล้ว ยังมีอีกตำนานเล่าว่าหนองน้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคนามว่า “พญาธุมะสิกขี” มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

พญาธุมะสิกขี ถือเป็นเจ้าแห่งหนองน้ำแห่งนี้ ครั้นเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่บริเวณหนองเอี้ยง เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พระอานนท์ได้เดินลงไปริมหนองน้ำ เพื่อตักน้ำมาถวายแต่พระพุทธเจ้า แต่กลับถูกพญาธุมะสิกขีขัดขวาง พร้อมแสดงความกร่างว่าข้าเป็นเจ้าของหนอง ทำให้พระพุทธเจ้าต้องลงมากำราบโดยแสดงปาฏิหาริย์เนรมิตพระวรกายให้สูงใหญ่กว่าพญาธุมะสิกขี

พญาธุมะสิกขีเมื่อเห็นในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้า จึงเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธองค์ พร้อมกับถวายตนเป็นผู้รับใช้ในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เมื่อตถาคตปรินิพพาน ล่วงไปได้ 5 พันปี ท่านจงมาสร้างรากฐานพระพุทธศาสนาไว้ที่หนองน้ำแห่งนี้


ครั้นกาลเวลาล่วงผ่านมาครบตามกำหนด พญาธุมะสิกขีได้แปลงเป็นบุรุษนุ่งขาวห่มขาวแล้วไปเล่าให้สองตายายผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาที่อาศัยอยู่ริมหนองฟัง พร้อมกับมอบทองคำจำนวนมากที่นำมาจากเมืองพญานาคให้สองตายายนำไปสร้างพระพุทธรูปขึ้น ซึ่งพระพุทธรูปที่สร้างนั้นก็คือ “พระเจ้าตนหลวง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยาที่ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดศรีโคมคำ” ในตัวเมืองพะเยานั่นเอง




#เมื่อฉันเล่าเรื่องผี

ครบทุกรส มีทุกมิติ
เมื่อถึงคราว "คนเป็น" เล่าเรื่องของ "คนตาย"


Twitter : @itellghoststory
Facebook : เมื่อฉันเล่าเรื่อง @itellghoststory
Instagram : @itellghoststory
E-mail : itelltheghoststory@gmail.com


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

"กว๊านพะเยา เรื่องเล่าจากตำนาน"