บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

สาวเลือดแห่งเซติซ : เอลิซาเบธ บาโธรี่

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2561 - 08:51 น.
AA 166
เอลิซาเบธ บาโธรี่ เป็นภรรยาของขุนนางในฮังการีตระกูลบาโธรี่ เธอได้รับฉายาว่า “สาวเลือดแห่งเซติซ” อันเนื่องจากพฤติกรรมและความโหดเหี้ยมที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ว่าเธอได้ร่วมมือกับคนรับใช้ทั้ง 4 ฆ่าหญิงสาวจำนวนมากกว่า 650 คน (แต่หลายคนเชื่อว่า 80 คน) ด้วยเหตุผลคือหากได้อาบเลือดของหญิงสาวพรหมจารีแล้ว จะทำให้รักษาความอ่อนเยาว์ของตนได้ตลอดไป


โดยเธอนำตัวเหยื่อมาฆ่าที่ปราสาทเซติซ (ตั้งอยู่ในประเทศสโลวาเกียซึ่งในอดีตเป็นส่วนหนึ่งราชอาณาจักรฮังการี) ด้วยวิธีที่หลากหลายเพื่อรีดเลือดเหยื่อให้ไหลออกมามากที่สุด เธอทำเช่นนี้มานานหลายปี

จนกระทั่งกษัตริย์แมทเทียสที่ 2 ได้รู้ข่าวลือว่าหลายปีมานี้มีเด็กผู้หญิงชาวไร่ชาวนาหายไปในเขตการปกครองของตน และออกมาทำการตรวจค้นที่ปราสาทของเธอ จนพบศพของเด็กหญิงที่ตายอย่างโหดร้ายสุดจะบรรยาย เช่น ร่างพรุนด้วยเข็ม ศพไหม้ หรือศพโดนตัดแขนหรือขาหรือส่วนสำคัญของร่างกายออก บางศพมีการบิดเนื้อบิดหน้าแขน และส่วนร่างกายอื่นๆ และทำให้อดอาหารตาย

โดยเหยื่อทั้งหมดถูกคำนวณไว้ว่าเกินกว่าร้อยศพ แต่เนื่องจากสถานะเกี่ยวกับสังคมของเธอ เอลิซาเบธ บาโธรี่ จึงไม่ถูกประหาร แต่ให้ขังตลอดชีวิตในห้องขังเดี่ยวๆ ใต้หอคอยแทน จนกระทั้งขาดใจตายในที่สุด

แต่ปัจจุบันหลายๆ ฝ่ายพยายามศึกษาประวัติศาสตร์ว่าเรื่องจริงของอลิซาเบธเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะว่าจากหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ออกมานั้น ได้ขัดแย้งกับตำนานที่เรารู้จัก ชนิดเรียกว่าคนละเรื่อง ใช่ เธอเป็นผู้หญิงฆาตกรโรคจิตแน่นอน ประวัติของเธอเป็นบ้าจริงและนับถือลัทธินอกรีต เป็นผลทำให้คริสตจักรไม่ชอบขี้หน้าเธอเท่าไหร่

ที่แน่ๆ โดยตำนานของอลิซาเบธนั้นปรากฏครั้งแรกใน ปี 1729 จากหนังสือของสมาชิกนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าทางโบสถ์คาทอลิกนำเรื่องของเธอมาแต่งเป็นนิทานเพื่อช่วยให้ลัทธิของพวกเขามีความเชื่อถือในเรื่องพระเจ้ากับซาตาน

ส่วนตำนานที่อ้างว่าเธอตบสาวใช้จนเลือดสาวใช้ติดมือ แล้วเมื่อเธอล้างออก เธอก็เชื่อว่าผิวหนังสดใสนั้นมีผู้เสนอแย้งว่าถึงแต่งเติมขึ้นภายหลัง หากเป็นเรื่องจริง คงเป็นเพียงแค่เธอมีความรู้สึกตื่นเต้นทางเพศเมื่อเห็นเลือด หรือใช้เลือดในการประกอบพิธีกรรมมนต์ดำของเธอเท่านั้น

ส่วนเรื่องเธอฆ่าสาวใช้ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายในสมัยนั้นแต่อย่างใด ในกฎหมายยุโรปกลางได้ระบุว่าเจ้านายสามารถลงโทษคนใช้อย่างไรก็ได้เพราะเจ้านายเป็นเจ้าชีวิตของพวกเขา และอลิซาเบธนั้นทรงโปรดปานการทรมานนักโทษจริง แต่นักโทษเหล่านี้ไม่ใช้สาวบริสุทธิ์อย่างที่เข้าใจกัน หากแต่นักโทษเหล่านั้นคือพวกตุรกีที่เป็นเชลยศึกสงครามในช่วงเวลานั้น

นอกจากนั้น พวกนักโทษก็ยังมีชาวบ้านที่เป็นกบฏที่ถูกลงโทษด้วยวิธีที่โหดร้ายซึ่งถือว่าเป็นวิธีประหารชีวิตธรรมดาในสมัยนั้น ส่วนเรื่องราวนอกเหนือจากนั้นเป็นข่าวลือที่แต่งเติมจนเกินความจริง แต่กลายเป็นว่าเธอกลายเป็นหญิงสาวกระหายเลือด

นอกจากนี้ คนที่ทำการจับกุมคือกษัตริย์แมทเทียสที่ 2 ซึ่งประวัติได้ระบุว่าเขาเป็นลูกหนี้ของอลิซาเบธที่ยืมเงินเธอไปรบในสงครามมากมายแล้วไม่สามารถจ่ายหนี้ได้เขาจึงใส่ร้ายอลิซาเบธซึ่งตามกฎหมายยุโรปกลางระบุว่า หากเจ้าหนี้ติดคุกถือว่าเรื่องหนี้สินที่แล้วมา ต้องยกเลิกไป

ปัจจุบันทางการฮังการีพยายามที่จะล้างมลทินให้แก่เธออยู่ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าเรื่องราวจริงๆ ของอลิซาเบธนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ แต่กระนั้นตำนานของเคาส์เตสผู้สูงศักดิ์ที่ชอบเลือดของหญิงสาวพรหมจารีเพื่อรักษาความอ่อนเยาว์นั้นถูกนำไปสร้างเป็นตำนานบทใหม่ในฐานะแวมไพร์หญิงที่หลายคนรู้จักกันทั่วโลก

ปัจจุบันเรื่องราวของอลิซาเบธถูกนำไปสร้างภาพยนตร์หลายเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอเช่น Countess Dracula (1971),Stay Alive (2006), Bathory(2008)






ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

สาวเลือดแห่งเซติซ : เอลิซาเบธ บาโธรี่